เลือกอ่านตามหัวข้อ
การสำรวจชั้นดินภาคสนาม (Soil Investigation) คืออะไร ?
ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ หากไม่มีการทำ การสำรวจชั้นดินภาคสนาม มีอะไรบ้าง?
รูปภาพตัวอย่างการทรุดตัวของโครงการหมู่บ้านแห่งหนึ่ง
- ความเสี่ยงด้านการออกแบบฐานรากผิดพลาด (Foundation Failure)
- ความมั่นคงของโครงสร้างลดลง
- ต้นทุนการแก้ไขและเวลาการก่อสร้างเพิ่มขึ้น
- ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและความรับผิดทางกฎหมาย
วิธีการทดสอบดินภาคสนามที่ควรรู้จัก
วิธีทดสอบ | หลักการโดยสรุป | ข้อดี | ข้อจำกัด/ ข้อเสีย | การใช้งาน |
การเจาะสำรวจและการทดสอบการ ตอกมาตรฐาน (Soil Boring + Standard Penetration Test, SPT) | เจาะดินด้วยเครื่องเจาะล้าง (Rotary Drilling) หรือ เครื่องเจาะกระแทก (Percussion Drilling) เมื่อถึงระดับความลึกที่ต้องการแล้วทำการตอกกระบอกลงในดินเพื่อวัดค่าแรงต้าน (N-value) และเก็บตัวอย่างดินขึ้นมาตรวจในห้องปฏิบัติการ | – จำแนกดินได้ทันที จากสนามทดสอบรวม – ได้ตัวอย่างดินจริง (Disturbed / Undisturbed) และจำแนกดินได้ทันทีจากสนามทดสอบ – ทดสอบหา Bearing capacity และเก็บตัวอย่างดินจริง (Disturbed / Undisturbed) เพื่อใช้ทดสอบในห้องปฏิบัติการ – ใช้ได้กับดินทุกประเภท – เป็นมาตรฐานสากล (ASTM D1586) – ต้นทุนไม่สูง และสามารถทดสอบไปพร้อมกับการเจาะสำรวจได้ | – ใช้เวลานาน – ข้อมูลเป็นจุด (ไม่ต่อเนื่อง) – ความแม่นยำขึ้นกับ ช่างเจาะและอุปกรณ์ | เหมาะกับงานฐานรากทั่วไป, อาคาร, ถนน, เขื่อน และงานออกแบบโครงสร้างทุกประเภท |
การทดสอบด้วยอุปกรณ์หัวกดปลายกรวย (Cone Penetration Test, CPT) | กดหัวกรวยลงในดินด้วยความเร็วคงที่ เพื่อวัดค่าความต้าน (Cone Resistance: qc) และแรงเสียดทาน (Sleeve Friction: fs) ซึ่งสามารถทำการแปลงค่าออกมาเป็น SPT ได้ | – ได้ข้อมูลต่อเนื่องตลอดความลึก – วิเคราะห์ชนิดดินและความแน่นได้ละเอียด – รวดเร็ว ประหยัดเวลา – ถูกกว่าการทำ soil boring ปกติ หากทำให้ปริมาณมาก | – ไม่ได้ตัวอย่างดินจริง – ใช้ไม่ได้ในดินที่มีกรวดหรือหิน – อุปกรณ์มีราคาแพง | เหมาะกับดินละเอียด – ดินทราย, งาน metro, offshore, และงาน foundation detail design |
การทดสอบแรงเฉือนในที่ด้วยใบพัด (Vane Shear Test, VST) | ใช้ใบมีดหมุนในดินเหนียว เพื่อวัดค่ากำลังรับแรงเฉือนแบบไม่ระบายน้ำ (Undrained Shear Strength: Su) | – ทำได้ง่าย รวดเร็ว ราคาถูก – เหมาะกับดินเหนียวอ่อน | – ใช้ไม่ได้กับดินแข็ง (N > 12) – ผลทดสอบไวต่อการรบกวนดิน | เหมาะกับงาน Embankment, เขื่อน, Soft Clay Foundation |
สรุปวิธีการทดสอบดินภาคสนามในเชิงวิศวกรรม
- SPT เหมาะกับโครงการทั่วไปและเป็น “มาตรฐานกลาง” ที่ใช้ทั่วโลก เพราะได้ทั้งค่า N-value และตัวอย่างดินจริง
รูปภาพตัวอย่างการทำ SPT จาก Constro Facilitator
- CPT เหมาะกับโครงการที่ต้องการข้อมูลละเอียดต่อเนื่อง (Continuous Profile) เช่น งานโครงสร้างใต้ดิน, Metro, หรือ Offshor
รูปภาพตัวอย่างการทำ CPT
- VST ใช้ในดินเหนียวอ่อนเพื่อประเมิน Undrained Shear Strength อย่างรวดเร็ว
รูปภาพตัวอย่างการทำ VST จาก STATS Australia
หลักเกณฑ์สำคัญในการวางแผนการเจาะสำรวจชั้นดินภาคสนาม
จำนวน ระยะห่าง และความลึกหลุมเจาะที่เหมาะสม เป็นอย่างไร ?
จำนวนและระยะห่างระหว่างหลุมเจาะ (Number and Spacing of Boreholes)
ประเภทของโครงสร้าง (Type of Structures)
ประเภทโครงสร้าง | ระยะห่างระหว่างหลุมเจาะที่แนะนำ (เมตร) | เหตุผลประกอบทางวิศวกรรม |
อาคารพักอาศัยขนาดเล็ก (1–2 ชั้น) | 30 – 60 | โครงสร้างมีน้ำหนักไม่มากและฐานรากตื้น จึงไม่จำเป็นต้องเจาะถี่มาก หากชั้นดินสม่ำเสมอสามารถเว้นระยะได้ถึง 60 ม. แต่ควรมีอย่างน้อย 2 หลุมเพื่อตรวจสอบความต่อเนื่องของชั้นดินทั่วพื้นที่ |
อาคารขนาดกลาง (5–10 ชั้น) | 20 – 30 | น้ำหนักบรรทุกเริ่มสูงขึ้นและมีผลต่อการทรุดตัวของอาคารมากขึ้น ระยะห่างและจำนวนหลุมเจาะถี่ขึ้นจะช่วยให้สามารถตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของชั้นดินและระดับชั้นทรายหรือชั้นดินแข็งที่อาจ ไม่สม่ำเสมอทั่วไซต์ได้ชัดเจน |
อาคารสูง (มากกว่า 10 ชั้น) | 10 – 20 | มีแรงกดจากโครงสร้างมากและอาจใช้ฐานรากเสาเข็มขนาดใหญ่ จึงจำเป็นต้องทราบรายละเอียดชั้น Bearing Stratum (ระดับชั้นดินหรือหิน ที่มีความแข็งแรงพอจะรองรับน้ำหนักของโครงสร้างด้านบน) อย่างละเอียด เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนของค่ากำลังรับน้ำหนักของเสาเข็มแต่ละต้น |
ถนน / ทางหลวง | 200 – 500 | พื้นที่แนวยาวแต่มีน้ำหนักกระจายสม่ำเสมอ การเว้นระยะมากขึ้นช่วยลดต้นทุน โดยเน้นเจาะเพิ่มเฉพาะบริเวณโครงสร้างสำคัญ เช่น สะพาน ทางลอด หรือบริเวณที่ภูมิประเทศเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน |
สะพาน / ตอม่อ / ทางยกระดับ | 1–2 หลุมต่อจุดตอม่อ | แต่ละตอม่อมีน้ำหนักมากและรับแรงเฉพาะจุด จำเป็นต้องเจาะในตำแหน่งฐานทุกตอม่อ เพื่อให้ทราบคุณสมบัติดินที่รองรับโดยตรง |
เขื่อน / คันดิน / Embankment | 50 – 100 | โครงสร้างยาวและอาศัยความต่อเนื่องของดินฐานรากเป็นสำคัญต้องตรวจสอบชั้นดินรอบแนวสันเขื่อนว่ามีรอยเลื่อน รอยต่อ หรือดินอ่อนแทรกอยู่หรือไม่ เพื่อป้องกันการรั่วซึมหรือการทรุดตัวไม่เท่ากัน |
โรงงาน / โครงการนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ | 50 – 100 | พื้นที่กว้างและมีการกระจายน้ำหนักไม่เท่ากัน เช่น พื้นที่เครื่องจักรหนักหรือถังเก็บของเหลว จึงควรแบ่งโซนการเจาะเพื่อให้ได้ข้อมูลครอบคลุมทุกบริเวณการใช้งานหลัก |
ลักษณะของชั้นดินในพื้นที่ (Soil Variability)
วัตถุประสงค์ของการสำรวจ (Purpose of Investigation)
การสำรวจเบื้องต้น (Preliminary Exploration)
การสำรวจเพื่อออกแบบรายละเอียด (Detailed Design)
ความลึกหลุมเจาะ (Depth of Boreholes)
สรุป
อ่านเพิ่มเติม
- คู่มือวิศวกรรมปฐพีฐานราก (Foundation Engineering Handbook) – ดร.พัลลภ วิสุทธิ์เมธานุกูล
- “ความรู้ทั่วไปในการเจาะสำรวจชั้นดิน” “วิธีการเจาะสำรวจดิน” – นายยงยุทธ ศรีเมฆารัตน์
- เทคนิคก่อสร้าง – ผศ. วิทวัส สิทธิกูล (2557)
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม
Facebook: Facebook Profile
Linkedin: Linkedin Profile

